Skills38.2k

wshobson agents

คลังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเกือบ 200 คนให้ Claude Code เรียกใช้ตามงาน ทั้งสายหลังบ้าน ความปลอดภัย ข้อมูล และดีไซน์

open_in_newดูบน GitHub

terminalคำสั่งที่ใช้ได้

  • /plugin marketplace add wshobson/agentsเพิ่มคลังนี้เข้า Claude Code เพื่อเลือกหยิบชุดผู้เชี่ยวชาญมาใช้
  • /plugin install python-developmentติดตั้งชุดผู้เชี่ยวชาญสาย Python (มีทั้งทีมเขียนโค้ดและทักษะย่อย)
  • python-proผู้เชี่ยวชาญเขียน Python ขั้นสูงและปรับโค้ดให้เร็วขึ้น
  • security-auditorตรวจหาช่องโหว่ความปลอดภัยตามมาตรฐาน OWASP
  • frontend-developerทำหน้าเว็บด้วย React จัด layout และจัดการ state ฝั่งผู้ใช้
  • data-scientistวิเคราะห์ข้อมูล เขียน SQL และทำงานกับชุดข้อมูลใหญ่
  • /security-scanning:security-hardening --level comprehensiveสั่งสแกนความปลอดภัยแบบละเอียดด้วยคำสั่งสำเร็จรูป
  • /unit-testing:test-generate src/api/users.pyสั่งให้ช่วยเขียนชุดทดสอบให้ไฟล์ที่ระบุ

มันคืออะไร

wshobson agents คือคลังรวม "ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง" เกือบ 200 คนที่เอาไปเสียบให้ Claude Code เรียกใช้ได้ แต่ละคนคือ AI ที่ถูกตั้งค่าให้เก่งเรื่องเดียวแบบเจาะลึก เช่นคนหนึ่งเก่งเขียน Python อีกคนเก่งตรวจความปลอดภัย อีกคนเก่งทำหน้าเว็บ อีกคนเก่งวิเคราะห์ข้อมูล เวลาคุณสั่งงาน Claude จะเลือกหยิบผู้เชี่ยวชาญที่ตรงกับงานมาทำให้ แทนที่จะใช้ AI ตัวเดียวทำทุกอย่างแบบรู้กว้างแต่ไม่ลึก

วิธีคิดง่าย ๆ มันเหมือนคุณมีบริษัทที่มีทีมงานครบทุกแผนก มีทั้งแผนกหลังบ้าน แผนกหน้าร้าน แผนกความปลอดภัย แผนกข้อมูล คุณแค่บอกว่าอยากได้อะไร แล้วหัวหน้า (ก็คือ Claude) จะส่งงานต่อให้คนที่ถนัดเรื่องนั้นที่สุด คุณไม่ต้องลงมือเองและไม่ต้องรู้ว่าใครเก่งอะไร

แก้ปัญหาอะไรให้คุณ

เวลาใช้ AI ทำงานทั่ว ๆ ไป มันมักจะตอบแบบรู้กว้างแต่ไม่ลึก พองานเริ่มเฉพาะทาง เช่นต้องวางโครงสร้างระบบหลังบ้าน หรือต้องตรวจว่าโค้ดมีช่องโหว่ไหม คำตอบแบบกลาง ๆ มักไม่พอ คลังนี้ตัดปัญหานั้นทิ้ง เพราะแต่ละงานจะถูกส่งให้ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกฝึกมาเฉพาะเรื่องนั้น คุณจึงได้คำตอบที่ลึกและตรงจุดกว่า โดยที่คุณไม่ต้องรู้เองว่าควรเรียกใครหรือควรเขียนคำสั่งยังไง แค่บอกเป็นภาษาคนว่าต้องการอะไร

เอาไปทำอะไรได้บ้าง

  • ให้ผู้เชี่ยวชาญสายหลังบ้าน (เช่น backend-architect) ออกแบบโครงสร้างระบบหรือฐานข้อมูลให้
  • ให้ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัย (security-auditor) ตรวจหาช่องโหว่ในโปรเจกต์ก่อนเอาขึ้นจริง
  • ให้ผู้เชี่ยวชาญหน้าเว็บ (frontend-developer) ช่วยทำหน้าจอด้วย React ให้ดูดีและใช้งานได้บนมือถือ
  • ให้ผู้เชี่ยวชาญข้อมูล (data-scientist) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและเขียนคำสั่งดึงข้อมูลให้
  • ใช้คำสั่งสำเร็จรูปอย่าง /unit-testing:test-generate ให้ช่วยเขียนชุดทดสอบ หรือ /security-scanning ให้สแกนความปลอดภัยแบบครบชุด

เริ่มใช้ทีละขั้น

  1. คัดลอกลิงก์ GitHub ด้านล่าง
  2. เปิด Claude Code, Claude Cowork หรือ Codex แล้ววางลิงก์ บอกมันว่า "ช่วยติดตั้งและตั้งค่าเครื่องมือนี้ให้หน่อย" (ในทางเทคนิคคือการเพิ่มคลังด้วย /plugin marketplace add wshobson/agents)
  3. คลังนี้แบ่งเป็นชุด ๆ ตามสายงาน (เรียกว่า plugin) ให้บอกมันว่าคุณทำงานสายไหน เช่น "ขอติดตั้งชุดสำหรับงาน Python" แล้วมันจะติดตั้งชุดที่ตรง เช่น python-development ให้
  4. หลังจากนั้นแค่สั่งงานเป็นภาษาคน เช่น "ช่วยออกแบบ API ระบบล็อกอินให้หน่อย" แล้ว Claude จะเลือกผู้เชี่ยวชาญที่ตรงงานมาทำให้เอง หรือถ้าอยากระบุเองก็พิมพ์ชื่อผู้เชี่ยวชาญตรง ๆ เช่น "ใช้ backend-architect ออกแบบให้"

ตัวอย่าง prompt

ช่วยใช้ security-auditor ตรวจโปรเจกต์นี้ทั้งหมดว่ามีช่องโหว่ความปลอดภัยตรงไหนบ้าง เรียงตามความร้ายแรง แล้วอธิบายแต่ละจุดเป็นภาษาไทยว่าเสี่ยงยังไงและควรแก้อย่างไร

ข้อควรระวัง

คลังนี้เป็นเครื่องมือสำหรับสายทำโปรเจกต์ซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ ถ้าคุณแค่อยากให้ AI ช่วยเขียนข้อความหรือสรุปงานทั่วไป อันนี้อาจเกินความจำเป็น ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนยังเป็นแค่ AI ที่ถูกตั้งค่ามาเฉพาะทาง ไม่ใช่คนจริง จึงยังมีโอกาสตอบผิดหรือพลาดได้ ต้องตรวจงานก่อนเอาไปใช้จริงเสมอ และบางชุดถูกตั้งให้ใช้โมเดลระดับสูง (เช่น Opus) ซึ่งกินค่าใช้จ่ายต่อการเรียกใช้มากกว่าโมเดลเล็ก ถ้าใช้งานหนักควรดูค่าใช้จ่ายของบัญชี AI ที่ผูกไว้ด้วย

ลิงก์ GitHub

https://github.com/wshobson/agents