Anthropic เปิดตัว Claude Fable 5 — โมเดลที่ขยับขึ้นเหนือ Opus อีกขั้น
วันที่ 9 มิถุนายน 2026 Anthropic บริษัทผู้สร้าง Claude ประกาศโมเดลรุ่นใหม่ออกมาสองตัวพร้อมกัน คือ Claude Fable 5 กับ Claude Mythos 5 โดยวางตำแหน่งไว้ว่าเป็น "ปัญญาขั้นถัดไปสำหรับงานความรู้และงานเขียนโค้ดที่ยากที่สุด"
พูดง่าย ๆ คือ ก่อนหน้านี้รุ่นที่เก่งที่สุดของ Claude ที่คนทั่วไปใช้ได้คือตระกูล Opus ส่วนตัวใหม่นี้ Anthropic บอกว่ามันขยับขึ้นไปอีกชั้นเหนือ Opus
Fable กับ Mythos ต่างกันยังไง
สองตัวนี้คือ โมเดลแกนเดียวกัน แต่ปล่อยออกมาคนละแบบ
- Claude Fable 5 คือเวอร์ชันสาธารณะ ที่ใส่ระบบกันความเสี่ยง (safety guardrails) ไว้แน่นหนากว่า เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้
- Claude Mythos 5 คือโมเดลแกนเดียวกันแต่ปลดล็อกข้อจำกัดบางอย่าง เปิดให้เฉพาะนักวิจัยที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น
เหตุผลที่แยกแบบนี้เพราะยิ่งโมเดลเก่ง มันก็ยิ่งทำเรื่องที่อันตรายได้ด้วยถ้าตกอยู่ในมือผิดคน Anthropic เลยใช้วิธีปล่อยตัวที่มีรั้วกั้นให้คนทั่วไป และเก็บตัวที่เปิดกว้างกว่าไว้ให้นักวิจัยที่ตรวจสอบได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ถ้ามีคำถามที่เกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์แบบสุ่มเสี่ยง ระบบจะ ส่งคำถามนั้นต่อไปให้ Opus 4.8 ตอบแทน ไม่ปล่อยให้ Fable ตอบตรง ๆ
เก่งขึ้นแค่ไหน
ตัวเลขที่ Anthropic ยกมาโชว์ส่วนใหญ่มาจากฝั่งงานวิจัยวิทยาศาสตร์ ซึ่งน่าทึ่งพอสมควร
- เร่งกระบวนการ ออกแบบยา ได้เร็วขึ้นราว 10 เท่า
- สมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ที่มันคิดขึ้น นักวิจัยเลือกว่าดีกว่าของเดิมราว 80% ของกรณี
- ทำ งานวิจัยจีโนมแบบทำเองยาวเป็นสัปดาห์ โดยไม่ต้องมีคนคอยสั่งทีละขั้น แล้วยังทำได้ดีกว่าโมเดลอีกตัวที่ใหญ่กว่ามันถึง 100 เท่า
จุดที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ "เก่งขึ้น" แต่คือคำว่า ทำงานเองได้ยาวขึ้น โมเดลรุ่นก่อน ๆ เก่งเรื่องตอบทีละคำถาม แต่รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้รับโจทย์ใหญ่ แล้วเดินงานต่อเนื่องเป็นวัน ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นทิศทางที่ AI ทั้งวงการกำลังมุ่งไป
ราคาเท่าไหร่
Fable 5 และ Mythos 5 คิดราคาที่ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาเข้า และ 50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาออก
ตัวเลขนี้อ่านแล้วอาจงง ขออธิบายสั้น ๆ ว่า "โทเคน" คือหน่วยย่อยของข้อความที่โมเดลอ่านและเขียน ขาเข้าคือสิ่งที่เราป้อนให้มัน ขาออกคือสิ่งที่มันตอบกลับ ยิ่งคุยยาว ยิ่งใช้โทเคนเยอะ
เทียบให้เห็นภาพ ราคานี้แพงกว่า Opus รุ่นปัจจุบันราว 2 เท่า แต่ที่น่าสนใจคือมัน ถูกลง เมื่อเทียบกับเวอร์ชันทดลอง (Mythos Preview) ที่ปล่อยเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งตอนนั้นแพงกว่า Opus ถึง 5 เท่า แปลว่าของเก่งขึ้นแต่ราคาลงมาใกล้มือคนมากขึ้น
ตอนเปิดตัว ผู้ใช้แพ็กเกจ Pro, Max, Team และ Enterprise ได้ลองใช้ Fable 5 ทันทีจนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2026 หลังจากนั้นการใช้งานอาจต้องใช้เครดิตเพิ่ม ระหว่างที่ Anthropic ขยายกำลังเครื่องรองรับ
แล้วคนทำงานอย่างเราควรสนใจตรงไหน
ถ้าคุณไม่ได้ทำวิจัยออกแบบยาหรือถอดรหัสจีโนม ตัวเลขข้างบนอาจฟังดูไกลตัว แต่มีสองอย่างที่ใช้ได้จริงกับคนทำงานทั่วไป
หนึ่ง เส้นเพดานของ "AI เก่งที่สุดที่ใช้ได้" ขยับขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เมื่อเดือนก่อนยังเป็นของเฉพาะนักวิจัย ตอนนี้คนทั่วไปแตะได้แล้ว นี่เป็นจังหวะที่เกิดซ้ำ ๆ ทุกไม่กี่เดือน และมันแปลว่างานที่คุณเคยคิดว่า AI ทำไม่ไหว อาจถึงเวลาลองใหม่อีกรอบ
สอง ทิศทางชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า AI กำลังเปลี่ยนจาก "ผู้ช่วยตอบคำถาม" ไปเป็น "ผู้รับงานไปทำเองยาว ๆ" การที่โมเดลทำวิจัยเองได้เป็นสัปดาห์ คือสัญญาณว่าเครื่องมือที่เราจะใช้ในอีกไม่นาน จะไม่ใช่แค่ช่องแชทให้พิมพ์ถาม แต่เป็นตัวที่เรามอบหมายงานเป็นชิ้นเป็นอันให้ได้ ซึ่งเปลี่ยนวิธีทำงานของเราพอสมควร
ของแบบนี้ไม่ต้องรีบวิ่งตามทุกตัว แต่รู้ไว้ว่าเพดานอยู่ตรงไหน จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าอะไรควรลองมือ อะไรควรรอ
ที่มา: ประกาศทางการของ Anthropic · Yahoo Finance · Gate News